พายุลูกนั้น ทำให้ฉันเติบโต กว่า 10 ปี ก่อนจะเป็นหนังสือเล่มแรกของหมาป่าไร้สี

Last updated: 2 ก.ค. 2569  |  47 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พายุลูกนั้น ทำให้ฉันเติบโต กว่า 10 ปี ก่อนจะเป็นหนังสือเล่มแรกของหมาป่าไร้สี

ผมเพิ่งได้อ่านบทกวีจีนบทหนึ่งจากหนังสือ ‘บทกวี...สู่ด้านใน’ ความท่อนหนึ่งบอกว่า 
“อย่าได้ประเมินตนเองในสิบปีข้างหน้าต่ำเกินไป 
อย่าได้ละทิ้งตัวเองในยามนี้ไม่ว่ายากลำบากเพียงใด 
คิดดูเถิด กว่าจะมาถึงจุดนี้ ต้องยืนหยัดฝ่าฟันมานานเท่าใด” 

นึกย้อนไปสัก 10 ปีที่ผ่านมา ผมเป็นชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านวัยเรียนเข้าสู่วัยทำงานได้เพียงไม่กี่ปี 
ต้องมาประสบสารพัดสารพันปัญหาชีวิต ความหนักหนาอาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่าคนอื่นไม่อาจทราบได้ แต่มันคือเรื่องใหญ่สำหรับผมในวัยนั้นพอสมควร 

นั่งนึกจากวันนี้ เหมือนผ่านมันมาได้อย่างง่ายดาย 
แต่ในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกท่วมท้นไปหมด ทั้งเครียด สับสน ท้อแท้ เหน็ดเหนื่อย ยากลำบาก และทุกข์ทรมานใจ

เรื่องราวที่ผมเขียนลงในเพจ ‘Colorlesswolf’ คือการตกผลึก ตกตะกอนจากความคิดในห้วงเวลานั้น 
ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เป็นดั่งการพยายามตะเกียกตะกายเพื่อให้รอดพ้นจากการจมน้ำ โดยอาศัยเรื่องราวรอบตัว ผู้คน เพลง ภาพยนตร์ และหนังสืออีกหลายเล่มไม่ว่าจะเป็น 
- ‘สิทธารถะ’ และ ‘เดเมียน’ เฮอร์มานน์ เฮสเส, 
- ‘Old Man and The Sea’ เออร์เนส เฮมมิงเวย์, 
- ‘Of Mice and Men’ จอห์น สไตน์เบค,
- ‘ทรายกับฟองคลื่น’ คาลิล ยิบราน,
- ‘หิ่งห้อย’ รพินทรนาถ ฐากูร
- ‘บุตรธิดาแห่งดวงดาว’ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล 
โดยเฉพาะ ‘Kafka on The Shore’ ของฮารูกิ มูราคามิ ถ้าไม่มีเล่มนี้ก็คงไม่มีชื่อหนังสือเล่มแรกของผม 

ผมรักข้อความในบทแรกๆ ของหนังสือที่ว่า 
“พายุทรายจะกรีดเนื้อเหมือนใบมีดโกนนับพัน...เมื่อพายุทรายหายลับไปแล้ว แกจะจำไม่ได้ว่าผ่านพ้นมาได้อย่างไร ใช้วิธีไหนพาชีวิตรอดมาได้...สิ่งหนึ่งแน่ชัด เมื่อใดแกหลุดออกจากพายุทราย แกจะไม่เป็นคนเดิมที่เดินเข้าไป นั่นเป็นแก่นแท้ของพายุทราย” 

เรื่องราวจากสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว สิ่งปลอบประโลมที่สร้างพลังใจให้รอดพ้นในแต่ละวัน

อีกเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ผมกล้าทำเพจ Colorlesswolf คือตอนที่ผมโทรไปหา ‘หนุ่ม’ เพื่อนของผมที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยมฯ 

“กูกำลังจะลาออกจากราชการว่ะ ช่วงนี้เครียดๆ อยากเปิดเพจเขียนอะไรเล่นๆ หาอะไรทำไม่ให้มันฟุ้งซ่าน…แต่กูยังไม่มีรูปประกอบ ลองวาดเองแล้วมันเหมือนเด็กน้อยวาด แถมกูยังลงสีไม่เป็นอีก ไม่น่ารอดว่ะ” ผมบอกกับหนุ่ม 

“ทำไมมึงไม่ทำเองไปเลย วาดๆ ไปเถอะ จะสวยไม่สวยไม่เกี่ยวหรอก เดี๋ยวก็มีคนชอบเองแหละ ภาพของมึงจะเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีใครเหมือน แล้วก็จะจำได้ว่ามาจากมึง” 

คำพูดเพียงเล็กน้อยของหนุ่มทำให้ผมกล้าที่จะวาดรูปประกอบ กล้าที่จะเขียน กล้าที่จะเปิดเพจ เมื่อลงสีไม่เป็น จึงได้คอนเซปต์ว่าเป็น ‘หมาป่าไร้สี’ ให้เรื่องรอบตัวเป็นสิ่งที่เติมสีสันให้แทน
 

แล้วเหตุการณ์เล็กๆ ในวันนั้น มันก็นำพาผมมาถึงวันนี้ วันที่สิ่งรอบตัวค่อยๆ ประกอบสร้างก่อร่างเป็นตัวผมและเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ทำให้ผมเขียนหนังสือเล่มแรกออกมาได้

 

จากนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้า ผมยังคงนึกภาพไม่ออกว่าชีวิตจะพาผมไปเส้นทางไหน แต่มั่นใจได้ว่าพายุลูกใหม่จะมาอีก 
และแน่นอนว่าผมต้องรับมือมันได้ดีขึ้น เพราะผมเคยผ่านพ้นพายุมาบ้างแล้ว 

ผมอยากจะบอกคนที่กำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่
ขอจงอย่ากลัว 
เดินก้าวไปอย่างกล้าหาญ 
“แล้วเธอจะเติบโต เมื่อพายุผ่านพ้น”

เรื่อง : Colorlesswolf ผู้เขียนหนังสือ ‘เธอจะเติบโตเมื่อพายุผ่านพ้น’

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้